ทำไมทุกคนจึงต้องเสริมด้วยวิตามินดี? (ตอนที่ 1)

ผลิตภัณฑ์วิตามินรวมของหลายๆบริษัท ยังคงมีปริมาณวิตามินดีไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายที่จะสามารถใช้ในการช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆได้ ซึ่งในวิตามินที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไป มีปริมาณวิตามินดี เพียง 400-600 IU ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อย ซึ่งจากหลักฐานทางคลินิกพบว่า ผู้ที่มีระดับวิตามินดีในเลือดสูง สามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้ จึงเป็นเรื่องที่ควรตระหนักถึงการได้รับวิตามินดีในปริมาณที่มากพอเพื่อที่จะสามารถป้องกันโรคได้ เช่น โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือด และโรคอักเสบเรื้อรัง ซึ่งควรมีระดับวิตามินดีในเลือด 50-80 ng/mL

เป็นที่ทราบกันอย่างยาวนานว่า ภาวะขาดวิตามินดีทำให้เกิดโรคกระดูกบาง กระดูกพรุน ทั้งในตำราเรียน การเรียนการสอนของแพทย์ จึงทำให้แพทย์มุ่งเน้นการรักษาวิตามินดีเพื่อลดภาวะกระดูกพรุนเท่านั้น แต่ในปัจจุบันพบว่า วิตามินดีเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคต่างๆได้มากมายหลายระบบ ซึ่งจะกล่าวต่อไปในบทความนี้ถึงประโยชน์และการป้องกันโรคของวิตามินดี
Reduce Mortality in Hospital Patient

วิตามินดีช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย

ผลการศึกษาในรายงานของประเทศอังกฤษพบว่า วิตามินดีสามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยหนักไอซียู ซึ่งได้รายงานในปี 2009 ว่า ผู้ป่วยไอซียูที่มีภาวะขาดวิตามินดี มีอัตราการเสียชีวิตสูงเป็น 45% เมื่อเทียบกับผู้ป่วยไอซียูที่ไม่ขาดวิตามินดี ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิต เพียง 16% ซึ่งชี้ให้เห็นว่า มีอัตราการเสียชีวิตสูงมากกว่าถึง 3 เท่า

และล่าสุดจากรายงานในปี 2015 ได้มีการศึกษา เรื่องวิตามินดีสามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยหนักไอซียูได้หรือไม่เช่นเดีนยวกับที่มีการศึกษาก่อนหน้านี้ในปี 2009 ซึ่งผลที่ได้มีลักษณะเดียวกัน โดยทำการศึกษาในผู้ป่วยไอซียู จำนวน 135 คน พบว่า อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยที่มีระดับวิตามินดีในเลือดต่ำกว่า 12 ng/mL เป็น 32.2% ซึ่งเมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่มีระดับวิตามินดีสูงกว่า มีอัตราการเสียชีวิตเพียง 13.2% จึงแสดงให้เห็นว่า ผู้ป่วยที่มีภาวะขาดวิตามินดีมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าถึง 2.4 เท่า

แต่ทั้งนี้ การให้วิตามินดีปริมาณโดสสูงๆ กับผู้ป่วยไอซียู ไม่ได้หมายความว่า จะทำให้ผู้ป่วยกลับฟื้นคืนมาหายเป็นปกติ แต่การศึกษานี้หมายถึงว่า การที่ผู้ป่วยที่มีระดับวิตามินดีในร่างกายที่สูงอยู่แล้ว เมื่อเกิดอาการป่วยถึงขั้นเข้ารับการรักษาที่ไอซียู จะทำให้ผู้ป่วยมีอัตราการหายและการฟื้นตัวกลับมาได้ดีกว่าผู้ป่วยที่มีระดับวิตามินดีต่ำ
Post Stroke Functional Outcome

วิตามินดีช่วยรักษาอาการโรคหลอดเลือดสมองให้ดีขึ้น

โรคหลอดเลือดสมอง(stroke) เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตนเองในการดำเนินชีวิตได้ ในประเทศอเมริกา มีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมากถึง 6.8 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 2.8% ของประชากรในผู้ใหญ่ และเมื่อเป็นโรคหลอดเลือดในสมองแล้ว ผู้ป่วย 40% จะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้หรือช่วยเหลือตนเองได้น้อย และอีก 15% จะเสียชีวิตทันที

เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการศึกษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองกับภาวะขาดวิตามินดี พบว่า ภาวะขาดวิตามินดีในเลือดลดลงทุก 10 ng/mL ทำให้อาการโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดขึ้นแย่ลงเพิ่มสูงเป็นสองเท่า ซึ่งจากการศึกษาผู้ป่วยที่มีระดับวิตามินดีต่ำกว่า 20 ng/mL ทำให้กลายเป็นโรคอัมพาต อัมพฤกษ์ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเอง สูงกว่าผู้ป่วยที่มีระดับวิตามินดีในเลือดมากกว่า 50 ng/mL

ได้มีการศึกษาเพิ่มเติมมากขึ้นเรื่อยๆ และล่าสุด ได้ทำการศึกษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 818 คน พบผลที่ใกล้เคียงกันคือ ผู้ป่วยที่มีระดับวิตามินดี 30 ng/mL มีการฟื้นฟูอาการได้ดีกว่าผู้ป่วยที่มีระดับวิตามินดีต่ำกว่า 10 ng/mL สูงถึง 90%

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า เราควรมีระดับวิตามินดีในเลือดอยู่ระหว่าง 50-80 ng/mL เพื่อที่จะสามารถป้องกันโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกายทั้งหลายได้ และที่สำคัญคือ วิตามินดีช่วยป้องกันการเกิดความผิดปกติของหลอดเลือดในร่างกาย จึงสามารถทำให้ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ด้วยเช่นกัน

ข้อมูลจาก: Life Extension Magazine January 2016

ขอขอบคุณผู้แปล: คุณวิลาสินี บุดดาคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: